'เด็กออทิสติก' ขอคืนพื้นที่ความจริงจากทหาร

จตุพร พรมพันธุ์ , นายการุณ โหสกุล , วิเชียร ขาวขำ , พรรคเพื่อไทย

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

[New post] รัฐบาลผสม..'นรก'มีจริง! บทเรียน 2518 'มาร์ค'ไม่จำ?



From: ThaiUK Press <no-reply@wordpress.com>
Date: 2010/12/8
Subject: [New post] รัฐบาลผสม..'นรก'มีจริง! บทเรียน 2518 'มาร์ค'ไม่จำ?
To:

รัฐบาลผสม..'นรก'มีจริง! บทเรียน 2518 'มาร์ค'ไม่จำ?



<div桽

บทเรียนจากรัฐบาลผสมของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ และประโยคเด็ดๆของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ สะท้อนให้เห็นแล้วว่า...รัฐบาลผสมก็คือรัฐบาลโควต้าที่เต็มไปด้วยการบวก ลบ คูณ หาร "งบประมาณ" และ "ตำแหน่ง" ย่อมยากที่จะหา "เสถียรภาพทางการเมือง"

เกือบสองปีที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้การบริหารของ "รัฐบาลผสม" โดยมีพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือ ประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล คือ เพื่อแผ่นดิน กิจสังคม รวมชาติพัฒนา ชาติไทยพัฒนา และ ภูมิใจไทย

จึงไม่แปลกที่สองปีที่ผ่านมาการเมืองไทยจะมีกลิ่นอายของความ "ไร้เสถียรภาพ" อย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่ความก้าวหน้าที่ยังคงเดินวนอยู่ที่เดิมๆ

ทั้งๆ ที่ประเทศไทยควรก้าวข้ามตำแหน่ง "ประเทศกำลังพัฒนา" ไปสู่ "ประเทศพัฒนา"ไปนานแล้ว...แต่การบริหารราชการแผ่นดินที่ "เล่นพรรคเล่นพวก" ยึดตัวบุคคล...ไม่ได้ยึด "หลักการ" และ "ความถูกต้อง" เป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญ

เพราะคณะผู้บริหารประเทศถือว่าต้อง "ตอบแทนบุญคุณ" นักการเมืองที่ให้เสียงสนับสนุน แต่พวกเขาลืมนึกถึง "เสียงของประชาชน" ที่เลือกให้เป็นตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ในสภา

ดังนั้น การเก็บเล็กผสมน้อยของจำนวนส.ส.ให้ได้ที่นั่งในสภาสูงกว่าคู่แข่งเพื่อแลก กับการเป็น "นายกรัฐมนตรี" และ "รัฐมนตรี" มันจึงเป็นเรื่องง่ายแต่ "บริหารจัดการยาก"

วันนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หรือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ผู้จัดการรัฐบาล รู้อยู่เต็มอก หรือแม้แต่ประชาธิปัตย์ทั้งพรรคก็คงรู้ดีว่า...รัฐบาลผสมไม่ต่างอะไรกับ "หนามยอกอก"

สภาวการณ์บ้านเมืองของไทยในเวลานี้จึงไม่ต่างอะไรกับการเมืองไทยเมื่อ 35 ปีที่แล้ว
ปี 2518 ภายใต้การบริหารแผ่นดินของรัฐบาล "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช"

สถานการณ์การเมืองเวลานั้นนั้นวุ่นวายไม่ต่างกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ในเวลานี้!

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคแรก ในเมืองไทยชื่อ "พรรคก้าวหน้า"

และริเริ่มจัดตั้ง "พรรคกิจสังคม" ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2518

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น "พรรคประชาธิปัตย์" ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่สามารถเข้าบริหารประเทศได้เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความเห็นชอบ

"พรรคกิจสังคม" ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 18 คน โดยการนำของ "ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช" จึงได้จัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น และได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2518

เพียง 9 เดือนเศษ... ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้รับยกย่องให้เป็น ปราชญ์ของเมืองไทย และได้ตัดสินใจยุบสภายุติปัญหาในวันที่ 12 มกราคม 2519

เนื่องจากมีเหตุวุ่นวาย และการแย่งชิงตำแหน่ง และผลประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันมาก รวมทั้งพยายามบีบคั้นรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา

หลังจากนั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคกิจสังคมและได้ยุติบทบาททางการเมือง เลือกใช้ชีวิตสงบเงียบ ณ บ้านพักซอยสวนพลู กรุงเทพมหานคร

บางโอกาสจะออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยการให้สัมภาษณ์ หรือ โดยการเขียนบทความ ลงในคอลัมน์ "ซอยสวนพลู" หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เคยบอกว่า การจัดตั้งรัฐบาลผสมทำให้รู้ว่านรกมีจริง!

แต่ในปัจจุบันการเมืองไทยปี 2551 – ปี 2553 สังคมก็เริ่มรับรู้แล้วว่า "นรก" ที่ว่าของ "นักปราชญ์เมืองไทย" หน้าตาเป็นอย่างไร?

ต้นปี 2519 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ที่สังคมยอมรับว่า "เก่งขั้นเทพ" ยังยอมแพ้ประกาศยุบสภา...แต่วันนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นักการเมืองที่ได้รับฉายา "ผู้นำละอ่อน" คงปวดใจ!?!

แต่ยัง "ใจดีสู้เสือ"ต่อสู้เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ... อภิสิทธิ์ คือ นายกรัฐมนตรี...สุเทพ คือ รองนายกรัฐมนตรี

บทเรียนจากรัฐบาลผสมของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ และประโยคเด็ดๆของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ สะท้อนให้เห็นแล้วว่า...รัฐบาลผสมก็คือรัฐบาลโควต้าที่เต็มไปด้วยการบวก ลบ คูณ หาร "งบประมาณ" และ "ตำแหน่ง" ย่อมยากที่จะหา "เสถียรภาพทางการเมือง"

รัฐบาลผสมคือ "คณิตศาสตร์" ไม่ใช่ "รัฐศาสตร์" ทุกข้อตกลงทุกเงื่อนไขเต็มไปด้วย "โควต้า" และ "การต่อรอง" หรือพูดง่ายๆ คือ การแบ่งปันผลประโยชน์

 

Add a comment to this post


WordPress

WordPress.com | Thanks for flying with WordPress!
Manage Subscriptions | Unsubscribe | Publish text, photos, music, and videos by email using our Post by Email feature.

Trouble clicking? Copy and paste this URL into your browser: http://subscribe.wordpress.com




--




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น